ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร ?

เชื่อเลยว่ามีหลายท่านที่ซื้อที่ดินทิ้งไว้หลายปี แต่ไม่เคยเหลียวแล

กลับไปแวะดู ตรวจเช็คที่ดินกันสักเท่าไหร่ บางท่านอาจลืมไปด้วยซ้ำว่าซื้อที่ดินเก็บไว้

ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่ ถ้าคุณยังปล่อยประละเลย ไม่ยอมไปดูที่ดินของคุณเลย

เพราะคุณอาจโดนคนบางกลุ่มแย่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ที่ดินจาก “การครอบครองปรปักษ์” ก็เป็นได้

.

คำว่า ครอบครองปรปักษ์ หมายถึง การที่คุณเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตัวเอง

โดยถูกคนอื่นยึดครองไว้แต่เพียงผู้เดียว ตามตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์

ระบุไว้ว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปี

ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์” แต่การที่เขาจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้นั้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ 6 ข้อ ดังนี้

 

  1. ต้องมีการเข้าไปยึดครองทรัพย์สิน เช่น การเข้าไปทำประโยชน์เพื่อปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ในสวน ไร่ นานั้น

จึงถือว่าได้ครอบครองสวน ไร่ นานั้น

2.ที่ดินที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์อยู่ ต้องเป็นที่ดินที่โฉนดที่ดิน โฉนดแผนที่ ตราจอง ที่ลงกำกับไว้ว่า “ได้ทำประโยชน์ไว้แล้ว” เท่านั้น

  1. การเข้าครองต้องไม่เป็นในลักษณะการข่มขู่ ใช้กำลัง กลโกง หรือฟ้องขับไล่
  2. เข้าครอบครองโดยไม่ได้ปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้น
  3. ผู้ที่เข้าครอบครองต้องการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้น ไม่ใช่ครอบครองเพื่อมอบให้ผู้อื่น
  4. ต้องครอบครองเป็นระยะเวลาติดกัน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ ส่วนริมทรัพย์ต้อองครอบครองติดต่อกัน 5 ปี

 

จากหลักเกณฑ์ทั้ง 6 ข้อ การครอบครองปรปักษ์ หมายรวมถึง ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เท่านั้น

ส่วนที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำผลประโยชน์ หรือที่ดินมือเปล่า เช่น น.ส.3 , น.ส.3 ก , น.ส.3 ข เป็นต้น

ไม่ได้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ครอบครองปรปักษ์ เพราะผู้ครอบครองมีสิทธิแค่ครอบครองที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด

 

ฉะนั้นจึงขอแนะนำว่าถ้าคุณไม่อยากเสียที่ดินไปฟรีๆ ก็หมั่นไปตรวจเช็ค ดูแลที่ดินบ้าง

อย่าปล่อยให้ที่ดินรกร้างจนมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินของคุณ

 

 

ขอบคุณภาพจาก angrygaypope.com

ติดต่อ PRA ACADEMY

สอบถามข้อมูลคอร์สเรียนสัมมนาได้ตลอดเวลาค่ะ มีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชม.

Start typing and press Enter to search

 
เทคนิคการใช้ Social Media ให้ซื้อง่าย ขายคล่อง  ยุคนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเห็นคนส่วนใหญ่ หน้าติดจอ จ้องโทรศัพท์ ไอแพด คอมพิวเตอร์อยู่เสมอ  คุณคิดว่าเขานั่งหน้าจอนานๆ อย่างนั้นได้เพราะอะไร ?  . ถ้าไม่ใช่เล่น Social Media ยอดฮิตอย่าง Facebook ,  Instagram , Line หรือ Twitter ยิ่งในยุคสมัยแบบนี้ ไม่มีใครลงประกาศขายบ้านในเว็บไซต์แค่ที่เดียวแล้ว  . แต่คุณต้องใช้ประโยชน์จากเจ้าสื่อ Social Media  ให้เกิดประโยชน์ในการประกาศขายบ้าน  รับรองว่าคุณจะปล่อยบ้านได้รวดเร็วทันใจแน่นอน  . . Facebook - จัดได้ว่าเป็นสื่อโซเชี่ยลมีเดียยอดฮิตอันดับต้นๆ ในเมืองไทยเลยทีเดียว เชื่อเลยว่าแทบทุกคนต้องมีเฟสบุ๊ค  ดังนั้นถ้าคุณอยากขายบ้านอย่าลืมโพสลงหน้าเฟสของคุณด้วย แต่ใช่ว่าจะโพสเฉพาะตัวหนังสือก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่  เพิ่มรูปสวยๆ ลงไปด้วยเพื่อดึงความสนใจความอยากรู้ของคนอีกด้วย . Twitter แม้ทวิตเตอร์อาจไม่ใช่สื่อสังคมออนไลน์ที่นิยมเท่า Facebook แต่ใช่ว่าจะไม่มีคนเล่นซะหน่อย  ยิ่งถ้าคุณต้องการลูกค้าชาวต่างชาติที่หาบ้านในไทย แนะนำว่าให้หาลูกค้าได้ในนี้เลยค่ะ ซึ่งทวิตเตอร์มีข้อจำกัด ให้โพสได้ 140 ตัวอักษร คุณอาจแยกโพสเป็นภาษไทยอันนึง อังกฤษอันนึง แล้วใส่แฮชแท็กเพื่อให้ค้นหาได้ง่าย  เช่น #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #houseforsale และแปะลิงค์เพื่อให้เข้าไปยังเว็บไซต์ที่ใส่รายละเอียดได้ครบถ้วน . Line สามารถลงได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกคือการโพสบนไทม์ไลน์คล้ายๆ เฟสบุ๊ค อีกวิธีคือโพสไปยังกรุ๊ปที่คุยกับเพื่อนๆ  ซึ่งข้อดีของไลน์คือคุณสามารถทิ้งไอดีไลน์ไว้ตามเว็บประกาศขายบ้านให้ลูกค้าที่สนใจติดต่อกลับมาได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโทรศัพท์ . Instagram แหล่งช้อปสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ถ้าคุณไม่มีทักษะการถ่ายรูปก็สามรถ นำภาพมาตกแต่งที่นี่ได้ ก่อนที่จะนำไปโพสงในเว็บประกาศขายบ้าน แต่ถ้าจะลงประกาศในอินสตาแกรมก็อย่าลืมใส่แฮชแท็ก  เช่น #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #houseforsale ด้วยนะคะ . Youtube การเห็นภาพเคลื่อนไหวดีกว่าการอ่านผ่านจากตัวอักษรและดูรูปถ่ายเป็นไหนๆ เลยค่ะ และคลิปวิดีโอยังดึงความน่าสนใจให้คนชมมากกว่ารูปภาพอีกด้วย . . และนี่ก็เป็นการใช้ Social Media ใกล้ตัวที่จะช่วยคุณขายทรัพย์ให้ออกไวๆ  นอกจากการแปะป้ายตามเสาไฟฟ้าและลงประกาศในเว็บไซต์ขายบ้านตำแหน่งที่ดีที่สุดในการติดกล้องวงจรปิด