7-Point

การเลือกทำเลบ้านที่ลงตัวเหมาะกับชีวิตในครอบครัวจะทำให้ชีวิตสุขสบายยิ่งขึ้น เพราะต่างคนต่างมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน บางครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ชานเมือง บางครอบครัวอยู่ในเมือง ดังนั้นการเลือกทำเลที่ตั้งดีตั้งแต่แรก จะทำให้ชีวิตมีสุข ผ่อนคลายที่สุดซึ่งทำเลที่ดีนั้นควรเป็นทำเลดังนี้
1.ใกล้สถานที่ทำงาน
หากคุณทำงานในเมืองที่ต้องใช้เวลาเดินทางสูง ย่อมไม่สะดวกสบายกับปัญหารถติด ดังนั้นการเลือกที่อยู่อาศัย ควรอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนที่ให้ความสะดวกสบาย เช่นรถไฟฟ้า ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แม้ราคาอาจแพงกว่าทำเลชานเมือง แต่เมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไป ค่าน้ำมันในการเดินทาง ถือว่าคุ้มค่าและน่าลงทุน จะถือครองระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้
2. เดินทางสะดวก
ไม่อยู่ในตรอกซอกซอยลึกเกินไป ควรมีรถรับจ้างผ่าน สามารถเข้าออกได้หลายทาง เพื่อให้เรามีทางเลือกในการหลบหลีกเส้นทางกรณีจราจรปิดกั้น
3.ปลอดภัย
หากเป็นคอนโดฯควรมีระบบไฮเอนด์ มีความปลอดภัยแน่นหนา สภาพการเดินทางเข้าออกปลอดภัย ไม่อยู่ในแหล่งมั่วสุมยาเสพติด ช่วงค่ำไม่อยู่ในจุดเปลี่ยว อาจเกิดเหตุอาชญากรรม ไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตได้ ดังนั้นไฟฟ้าต้องสว่าง มีคนพลุกพล่านสัญจรทั่วถึง
4.สิ่งแวดล้อมดี
มีสถานที่ออกกำลังกาย มีสวนสวย ให้เปิดรับแสงอรุณทัศนียภาพต้องดี ไม่มีฝุ่นควันโรงงาน มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง หรือแม้แต่กองขยะ ระบบระบายน้ำต้องดี ฝนตกน้ำไม่ท่วม
5.ทำเลมีอนาคต
อยู่ใกล้แหล่งที่กำลังพัฒนาเพื่อที่จะได้ซื้อถูกและความเจริญเข้ามา ทำให้ราคาสูงขึ้น สามารถทำกำไรได้ดี ใกล้สถานโรงพยบาล สถานีตำรวจ เพื่อสร้างความอุ่นใจในการพักอาศัย โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องพบแพทย์บ่อยๆ มีผู้สูงอายุในบ้าน การเลือกใกล้สถานที่ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ จะช่วยลดความลำบากในอนาคตได้
6.หลีกเลี่ยวทางสามแพร่ง
ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าไม่ดี อยู่อาศัยหรือค้าขายไม่เป็นมงคล อาจเกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับครอบครัวได้
7.จอดรถสะดวก
ปัจจุบันแต่ละครอบครัวต่างมีรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ดังนั้นที่จอดรถควรมีพื้นที่เพียงพอเพื่อไม่ให้ประสบปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านได้
และนี่ทั้ง 7 ข้อคือสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกทำเลไม่ว่าเพื่ออยู่อาศัยหรือการลงทุนลองนำไปปรับใช้เพื่อชีวิตมั่งคั่งมั่งมีกันนะคะ